บทความ

พยากรณ์ชีวิต ทำนายดวงด้วยตัวเอง สามารถทำได้นะ!

พยากรณ์ชีวิต ทำนายดวงด้วยตัวเอง สามารถทำได้นะ!

เคยอยากรู้มั้ยคะว่า ชีวิตเราจะเป็นยังไงในอนาคต แก่ตัวไปเราจะต้องใช้รถเข็น เดินด้วยไม้เท้า รอคนมาจูง หรือ ไม่ต้องไปไกลหลายสิบปีขนาดนั้นก็ได้ อีก 6 เดือน อีกปีสองปี เราจะมีโรคประจำตัวอะไรมั้ย เราจะสุขภาพเป็นยังไง ยังจะมีความสุขได้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยร่างกายที่แข็งแรงอยู่รึเปล่า วันนี้วาวจะมาบอกวิธีให้เราทำนายอนาคตตัวเองกันค่ะ

ทุกคนน่าจะเคยรู้สึกใช่มั้ยคะว่า เมื่อเรามีอายุมากขึ้น โรคต่างๆก็มักจะถามหา รูปร่างที่เคยรู้สึกว่าเมื่อก่อนกินเท่านี้ก็ไม่อ้วน กลับอ้วนขึ้นอย่างง่ายดาย อาการปวดเมื่อยต่างๆ ก็นับจะทวีความรุนแรงมากขึ้น การอดนอน การนอนดึกกระทบกับชีวิตให้เพลียและง่วงหงาวหายนอนในวันต่อๆมา ไม่ได้รู้สึกเฟรชเหมือนตอนเด็กๆที่อ่านหนังสือสอบ นอนดึก ทำงานโต้รุ่งก็สามารถใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ ความรู้สึกเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราคิดไปเองไปรึเปล่า

ขอตอบเสียงดังฟังชัดเลยค่ะว่า ไม่ค่ะ ทุกอย่างที่พูดไปด้านบน มันเป็นเพราะเราแก่ขึ้นจริงๆ !

แต่ ก่อนที่เราจะยอมรับว่า โอเค แก่ก็แก่ ยอมรับสภาพ อย่าเพิ่งนะคะ

เพราะในความเป็นจริงคือ เราทุกคนต้องมีอายุมากขึ้น แต่มันมีทั้งคนที่อายุมากขึ้นแล้วอ่อนแอลง และมีคนที่อายุมากขึ้นแต่กลับยังคงแข็งแรง อะไรคือปัจจัยที่แบ่งคนสองกลุ่มนี้ออกจากกัน และชีวิตเราในอนาคตจะเป็นแบบไหน เรามาดูสิ่งที่สามารถใช้ทำนายกันค่ะ

 

1.ความแอคทีฟ หรือการขยับร่างกายในแต่ละวัน

คนที่มีการขยับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย เช่น ชอบไปวิ่ง, ชอบไปปั่นจักรยาน, เต้น, ว่ายน้ำ, ปีนเขา, เดินป่า ฯลฯ หรือแม้จะเป็นการขยับร่างกายที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย เช่น การเดิน, การทำงานบ้าน ฯลฯ มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพที่ดีกว่า คนที่ขยับร่างกายน้อยๆ เช่น เวลาว่างมักนั่งดูหนัง, เล่นมือถือ ฯลฯ ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น จะยิ่งเห็นความต่างของคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของคนแอคทีฟกับไม่แอคทีฟชัดเจนมากขึ้น

 
2.การเลือกรับประทานอาหาร

คนที่สามารถบาลานซ์สารอาหารได้หลากหลายกลุ่มอย่างเหมาะสม มีแนวโน้มที่จะยังคงรักษาความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้นได้มากกว่าคนที่ไม่สนใจเรื่องความสำคัญของสารอาหาร การเลือกรับประทานอาหารในทีนี้ ไม่ได้หมายถึงการกินคลีน, การไม่ทานของทอดตลอดชีวิต, การเลี่ยงน้ำตาลทุกรูปแบบ  ฯลฯ แต่หมายถึงความเข้าใจด้านโภชนาการพื้นฐานว่าร่างกายต้องการสารอาหารอะไรบ้าง มื้อไหนอะไรขาดที่ควรเสริม มื้อไหนอะไรเกินที่ควรลด ให้ในแต่ละวันมีสารอาหารที่เหมาะสม หรืออาหาร/เครื่องดื่มแบบไหนที่ไม่ควรทานบ่อย (เช่น ขนมหวาน, ของทอด, น้ำอัดลม) อาหาร/เครื่องดื่มประเภทไหนที่ควรทานเป็นประจำทุกวัน ( เช่น เนื้อสัตว์หรือโปรตีนธรรมชาติแหล่งอื่นๆ, ผักหลากสี, คาร์โบไฮเดรตที่สารอาหารดีๆ, ไขมันที่ดีจากปลา ถั่ว อโวคาโด เป็นต้น)

 

3.พฤติกรรมการนอน

พฤติกรรมการนอนที่ดี หมายถึง

  • การนอนได้วันละประมาณ 7- 9 ชั่วโมง
  • เข้านอนในเวลาเดิมๆ ตื่นนอนในเวลาเดิมๆ
  • ค่อนข้างหลับสนิทตลอดคืน

ช่วงเวลาที่เรานอนนั้น เกิดสิ่งต่างๆมากมายหลายอย่างกับร่างกายที่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสุขภาพของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมเซลล์, การทำงานของฮอร์โมนต่างๆ, แม้แต่การจัดระเบียบของความจำในสมองของเราก็ยังเกิดขึ้นตอนเรานอน ดังนั้นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการนอนที่ดี มักจะสามารถรักษาความแข็งแรงของร่างกายไว้ได้ในขณะที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

 

4.การจัดการความเครียด

การจัดการความเครียด เป็นทักษะอย่างหนึ่ง นั่นหมายความว่า ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำได้ดี แต่ทุกคนสามารถฝึกได้ การจัดการความเครียดนี้ ไม่ได้ผันตามความใหญ่โตของปัญหา ไม่ใช่ว่าปัญหาใหญ่ ความเครียดต้องมาก ปัญหาน้อย ความเครียดต้องน้อย แต่ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราที่มีต่อปัญหานั้น เรื่องเดียวกันเกิดขึ้นกับคนสองคน คนนึงอาจมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ เครียดมาก กังวลอยู่ตลอด ในขณะที่อีกคน ถึงแม้จะรับรู้ได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่อาจจะสามารถปล่อยวางได้มากกว่า หรือสามารถบริหารจัดการให้ตัวเองลดความเครียดได้ดีกว่า ความเครียดส่งผลอย่างมหาศาลต่อร่างกาย ความเครียดที่พอดี จะทำให้ร่างกายเกิดการพัฒนา เช่น การออกกำลังกาย เป็นการทำให้ร่างกายเกิดความเครียดแบบหนึ่ง แต่ถ้าอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ร่างกายจะสามารถพัฒนาได้ แต่หากมีความเครียดที่มากเกินไป นอกจากจะไม่เกิดการพัฒนาแล้ว ยังจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคต่างๆ หรือแม้แต่โอกาสการติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นจากการทำงานของภูมิคุ้มกันที่น้อยลง

 

4 ข้อนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่วาวว่าสามารถชี้ชะตาชีวิตเราได้แม่นยำกว่าพยากรณ์ดวงตามราศีอีกนะคะ เราสามารถทำนายชีวิตเราได้เลยว่าต่อไปจะเป็นยังไง ต้องกินยาเป็นกำๆ ไปไหนมาไหนไม่ไหว เดินเหินไม่สะดวก มีแต่ความเจ็บ ความปวดไม่สบายตัว หรือเราจะมีชีวิตที่มีความสุขด้วยสุขภาพที่แข็งแรง ถึงอายุจะเยอะขี้น แต่เราไม่ได้อ่อนแอลง หรือยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราวางแผนเตรียมตัวให้เราอายุเยอะขึ้น แต่แข็งแรงขึ้น เราก็สามารถทำได้นะคะ ด้วยการออกกำลังกายที่เพิ่มความแข็งแรงให้เรา ด้วยอาหารที่พาเราสุขภาพดีขึ้น ด้วยการนอนพักผ่อนที่เพียงพอพร้อมให้เราได้ใช้ชีวิตในทุกวันอย่างปลอดโปร่ง และด้วยจิตใจที่เบิกบาน สามารถจัดการความเครียดที่ผ่านเข้ามา ให้ผ่านไปได้อย่างเร็วที่สุด

 

เราอยากเป็นแบบไหน อยากใช้ชีวิตด้วยสุขภาพยังไง เราสามารถทำนาย และกำหนดได้ด้วยตัวของเราเองค่ะ แน่นอนว่ามันมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โรคบางโรคที่อาจเกิดกับเราแบบไม่คาดคิด, อุบัติเหตุที่อาจเข้ามาจนเราต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกาย แต่ถึงจะมีสิ่งเหล่านั้นเข้ามา เชื่อเถอะว่า คนที่เตรียมพร้อมมาดี จะสามารถรับมือได้ดีกว่า มีโอกาสสู้ที่มากกว่าค่ะ

 

หลังจากอ่านบทความนี้ ลองเช็ค 4 ข้อที่วาวเล่าให้ฟัง แล้วลองทำนายอนาคตตัวเองกันนะคะ ไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เราสามารถเปลี่ยนตัวเอง แล้วเริ่มใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ จากใจวาว เทรนเนอร์ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาด้วยความสุขใจที่มีลูกค้าที่อายุมากกว่า 60 ปี มาเทรนด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าคุณลุงอายุ 70 ยังมาเริ่มเล่นเวท, คุณป้าอายุ 60 ยังเริ่มเข้าใจว่าขนมปังกับกาแฟไม่ใช่อาหารเช้าที่ดีพอ

แล้วคนที่อ่านบทความวาวอยู่ตอนนี้ อายุเท่าไหร่กันบ้าง เริ่มดูแลสุขภาพกันหรือยังคะ ไม่มีคำว่าสาย แต่ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งดีค่ะ

 

วาว

วรงค์พร แย้มประเสริฐ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการ PN level 1

 

 

 

โดย Wow Fit-D

ACE certified PT PN Level 1 certified Training Pregnant and Post-Patum client Senior Fitness Specialist

เมื่อ 09 Aug 2022 | อ่านแล้ว 223 ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คนเราจะมีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญ หรือสิ่งที่อยากจะทำเสมอ การดูแลสุขภาพ ไม่ได้อยู่ที่ใครทำได้เยอะๆ แต่อยู่ที่ใครทำได้สม่ำเสมอ

เมื่อ 16 Mar 2021 | อ่านแล้ว 547 ครั้ง

ปัญหาหลักที่เป็นสาเหตุให้เราไม่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เริ่มลงมือทำ ทำได้ไม่สม่ำเสมอ หรือล้มเลิกง่าย

เมื่อ 04 Mar 2021 | อ่านแล้ว 248 ครั้ง

หลายคนที่พยายามเสิชกูเกิ้ลเพื่อหาคำตอบของคำถามที่ว่า “วิ่งเวลาไหนดีที่สุด” แต่แทนที่จะได้คำตอบของคำถามนั้น กลับได้ข้อมูลที่ทำให้สับสนมากขึ้น

เมื่อ 19 Apr 2021 | อ่านแล้ว 666 ครั้ง

ช่วงเริ่มต้นในการวิ่งประมาณ 5-10 นาทีแรกของการวิ่งแต่ละครั้ง เหมือนเป็นช่วงวัดใจเลยทีเดียว เมื่อเราผ่านช่วงนี้ไปได้ เราจะวิ่งได้สมูทมากขึ้น รู้สึกวิ่งได้สบายขึ้นครับ

เมื่อ 03 Mar 2021 | อ่านแล้ว 412 ครั้ง