บทความ

Make time, and take action!

เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ “If you don’t make time, time will be taken from you” “ถ้าเราไม่หาเวลา เราก็จะไม่เคยมีเวลา” เพราะเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ รีบร้อน วุ่นวาย และมากมาย ถ้าเราไม่รู้จักจัดสรรเวลาของเราให้ดี เราก็จะถูกเรื่องอื่นๆในชีวิตดึงเวลาของเราไปโดยไม่รู้ตัว และเราก็จะไม่เคยมี เวลา ให้สิ่งที่เราอยากจะทำสักที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ หรือเรื่องเป้าหมายในชีวิตต่างๆที่เราอยากทำ ดังนั้น การฝึกจัดตารางเวลาชีวิต หรือการฝึกให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราให้คุณค่า จึงเป็น skill สำคัญในการทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้ค่ะ เราสามารถเริ่มได้โดย

1.ระบุว่าอะไรคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ - การใช้เวลาของเราในแต่ละวัน เป็นตัวกำหนดว่าเราให้ความสำคัญและให้คุณค่ากับสิ่งไหนในชีวิต ถ้าเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของเรา เราก็ควรจะหาเวลาให้กับมันค่ะ

2.บอกให้คนรอบข้างรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับเรา - บางครั้งเราอาจจะต้องบอกคนรอบข้างให้เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ และให้คุณค่า อาจจะหมายถึงการบอกปฎิเสธปาร์ตี้ยามดึก เพราะเราอยากจะพักผ่อนมากกว่า หรือการบอกให้คนในครอบครัวรู้ว่าเราอยากดูแลสุขภาพด้วยการกินให้ดีขึ้น และขอความร่วมมือในการทำมื้ออาหารของครอบครัวให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

3.เช็คว่าอะไรที่สิ่งที่เราสามารถทำได้จริงในตอนนี้ – เหมือนกับการตั้งเป้าหมาย ที่เราต้องตั้งอยู่ในสิ่งที่เราสามารถทำได้จริง และเชื่อมโยงกับชีวิตเราได้ การแบ่งเวลาของเราก็เช่นเดียวกัน ลองเช็คดูว่าอะไรคือสิ่งที่เราสามารถทำได้จริงกับเวลาของเราในปัจจุบัน

4.วางแผนล่วงหน้า – อาจจะเป็นแค่การดูล่วงหน้าว่าวันนี้เราจะต้องเจออะไรบ้าง หรือเป็นการวางแผนสำหรับอาทิตย์หน้าว่าเราจะใช้เวลาของเรายังไงดี

5.เตรียมรับมือกับอุปสรรค - บางครั้งเราอาจจะต้องมีแผน2 หรือแผน3 (หรือแผน 4 แผน 5...ก็ไม่แน่ เตรียมไว้ก่อน)

6.มองอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา – อย่าให้อุปสรรคมาทำให้เราท้อถอย หรือล้มเลิกความตั้งใจค่ะ อุปสรรคมาเพื่อทำให้เราได้เรียนรู้ ฝึกตัวเอง และรับมือกับสิ่งต่างๆในชีวิตได้ดีขึ้น

 

ลงมือทำ!! แค่ 5 นาที ก็มีความหมาย!!

                มีใครเคยเป็นบ้าง ที่วางแผนมากๆ จน overload ด้วยข้อมูลที่มากมาย กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ที่  ”ต้องทำ” หลายอย่าง จนเกิดความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้กลายเป็นไม่ทำอะไรเลยเพราะเครียดไปหมด! แพรเชื่อว่ามีหลายๆคนเป็นแบบนี้ค่ะ แต่ความเครียดพวกนี้จะไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย เพราะแผนทุกอย่างแม้จะวางมาดีแค่ไหน แต่มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่ลงมือทำ ดังนั้น การลงมือทำ แม้จะเป็นแค่ 5 นาที ก็ช่วยอะไรเราได้มากมาย เพราะ...

  • การลงมือทำ มาก่อนแรงจูงใจ ไม่ใช่แรงจูงใจมาก่อนค่อยลงมือทำนะคะ มันอาจจะง่ายกว่าที่เราจะคอยหาเคล็ดลับการสร้างแรงจูงใจไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเมื่อเจอเมื่อไหร่ มันคงจะช่วยเราได้ แต่ความจริงแล้ว แรงจูงใจ มักจะมาหลังจากที่เรา “เริ่มทำ” อะไรบางอย่างเสมอค่ะ
  • การลงมือทำแม้เป็นสิ่งเล็กน้อย ก็ช่วยให้เราหลุดออกจากวงโคจรของการผัดวันประกันพรุ่ง และการรู้สึก”ติด”อยู่กับที่ได้ เพราะสิ่งที่ยากที่สุด มักจะเป็นการเริ่มต้น ดังนั้นแค่เราลงมือทำ แม้จะเป็นแค่การเตรียมชุดออกกำลังกายล่วงหน้า ก็ช่วยได้แล้วค่ะ และการลงมือทำก็จะช่วยสร้างแรงผลักดัน และกระตุ้นให้เราทำต่อไปเรื่อยๆ เป็น momentum ค่ะ
  • การลงมือทำ เป็นพลังให้เราไปต่อได้ แพรเชื่อว่าการที่เราได้ลงมือทำอะไรบางอย่าง มันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง ภูมิใจกับตัวเอง และเมื่อเรารู้สึกดีและภูมิใจกับตัวเองแล้ว เราก็จะพร้อมทำอะไรต่างๆเพิ่มขึ้นด้วยความมั่นใจ
  • การลงมือทำ ทำให้เราสามารถคอยตรวจสอบ เช็คดูได้ว่าอะไรที่เราทำแล้วทำได้ดี หรืออะไรที่เราทำแล้วชอบหรือไม่ชอบ เป็นข้อมูลให้เราพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ

 

สำหรับท้ายบทความนี้ แพรอยากให้ทุกคนลองคิดว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะเริ่มทำ แค่ 5 นาที ต่อวัน ที่จะช่วยให้เราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ หรือเรื่องงาน อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆแค่ตื่นมาดื่มน้ำทุกวัน หรือนั่งสมาธิทุกวัน ขอแค่ 5 นาที (หรือบางทีอาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ขอแค่ให้ลงมือทำ) เรามาสร้าง momentum ในการลงมือทำอะไรบางอย่างให้เกิดผลกันค่ะ Let’s start!!

โดย แพร แอมเมอรี่

ACE Certified PT, ACE Certified Health Coach, PN Level 1 certified

เมื่อ 30 Jun 2020 | อ่านแล้ว 351 ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ร่างกายเราก็มีนาฬิกาเป็นของตัวเองค่ะ ที่แม้จะมองไม่เห็น แต่ก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา

เมื่อ 14 Jul 2020 | อ่านแล้ว 292 ครั้ง

ใครเคยตั้งเป้าหมายอะไรไว้หลายอย่าง แต่ไม่เคยไปถึง และไม่เคยทำได้สำเร็จซักทีบ้างไหมคะ? บางทีเราอาจจะพลาดอะไรไปในการตั้งเป้าหมายของเราค่ะ

เมื่อ 25 May 2020 | อ่านแล้ว 878 ครั้ง

ความสำคัญของน้ำกับระบบร่างกายของเราสัมพันธ์กันยังไง? เราควรจะต้องดื่มน้ำมากแค่ไหน? และหากเราได้รับน้ำไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย บทความนี้มีคำตอบค่ะ

เมื่อ 11 May 2020 | อ่านแล้ว 838 ครั้ง

ทำไมยาทาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อต้องมีทั้ง “สูตรร้อน” และ “สูตรเย็น” และทั้งสองสูตรนี้แตกต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้สูตรไหน และควรใช้เมื่อไหร่

เมื่อ 20 Apr 2020 | อ่านแล้ว 102 ครั้ง
กรุณารอสักครู่ ...
Loading...