ติดตาม Fit-D ได้ใน
E-mail :   Password :       สมัครสมาชิก
09/09/2014 13:41 by: Fit-D PW 6,980 views
กินไร้พุง ด้วยพลังฝ่ามือ
กินไร้พุง ด้วยพลังฝ่ามือ

เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นเคยกับประโยคต่างๆเหล่านี้ ในการลดพุง ลดไขมัน ลดความอ้วน

 

"กินข้าวมื้อละ 1-2 ทัพพี"

"ทานผลไม้ 1-2 ส่วน"

"เนื้อสัตว์อย่างน้อยมื้อละ 100 กรัม"

"ทานผักให้มากๆ"

 

โดยอาหารถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆในการควบคุมน้ำหนักตัว ลดความอ้วน ลดไขมัน ดูแลสุขภาพ และอื่นๆอีกมากมาย

 

ซึ่งถ้าทำอาหารมากินเองก็สามารถชั่งคำนวณสัดส่วนก่อนได้อย่างพอดี (ซึ่งถ้าใครที่ทำมา ขอยกนิ้วให้เลย)

 

แต่คนส่วนใหญ่เชื่อได้เลยว่า มีลักษณะการใช้ชีวิตที่ต้องกินอาหารนอกบ้านในวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1-2 มื้อ อย่างแน่นอน

 

ดังนั้นแล้ว เมื่อเราต้องกินอาหารนอกบ้าน เราจะกะ เราจะคำนวณสัดส่วนอาหารอย่างไรดีละ?!?

"ตา"

"หู"

"จมูก"

"ปาก"

"กาย"

จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดูแล้วสิ่งที่พอจะช่วยได้ คือ "ตา" กับ "กาย" (คงไม่มีใครใช้จมูกดมกลิ่มก็รู้ถึงปริมาณ หรือใช้หูฟังเสียงก็รู้ได้ใช่ไหมครับ?)

 

คราวนี้เหลือ 2 ตัวเลือก "กาย" หรือการสัมผัส วิธีนี้ก็วัดได้แต่ดูออกจะเลอะเทอะไปหน่อย ดังนั้นวิธีสุดท้ายที่เหลืออยู่คือ "ตา" หรือคือการมองเห็น นั้นเองครับ

 

แต่จะมองอย่างไรถึงจะรู้ว่า อาหารมื้อนี้มีสัดส่วนอาหารที่พอเหมาะไหม? ง่ายๆเลยครับ 

วันนี้ขอเสนอวิธีวัดสัดส่วนอาหารด้วย "พลังฝ่ามือ" 

 

ใช้พลังฝ่ามือทุกมื้ออาหาร รับรองปราบไขมัน และเหล่าพุงร้ายตายสนิทเลยทีเดียว

 

 

เรามาฝึกพลังฝ่ามือกันดีกว่า!!! (เอาอาหาร 1 มื้อมาวางตรงหน้า และเริ่มฝึกได้เลย)

 

1. เริ่มต้นด้วยแบมือออกมา ท่านี้จะช่วยเคลื่อนพลังลมปราณต่อต้านความหิว ทำให้อิ่มท้อง อีกทั้งยังมีวิตามินต่างๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

(ขนาดของฝ่ามือ นี้คือสัดส่วนของ "ผักและผลไม้" ที่เราควรกินใน 1 มื้อ) 

 

2. ให้เคลื่อนลมปราณสู่ "อุ้งมือ" ท่านี้จะช่วยให้ลมปราณเดินสะดวก ทำให้รู้สึกมีพลัง

(ขนาดของอุ้งมือ คือสัดส่วนของ "คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งหรือข้าว" ที่เราควรกินใน 1 มื้อ)

 

3. สุดท้ายให้กำมือ พร้อมกับขับเคลื่อนพลังลมปราณออกไป ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว 

(ขนาดของกำมือ คือสัดส่วนของ "โปรตีนหรือเนื้อสัตว์หรือนมหรือไข่" ที่เราควรกินใน 1 มื้อ)

 

 

***ถ้ามีการฝึกพลังฝ่ามือสลายพุงนี้เป็นประจำ ร่างกายจะกระชับ ไขมันจะหดหาย สัดส่วนจะได้รูป พุงไม่มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องฝึกออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยนะครับ***

 

Relate Post
Comment