ติดตาม Fit-D ได้ใน
E-mail :   Password :       สมัครสมาชิก
25/11/2016 14:36 by: Fit-D 620 views
ยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแบบ ทาน ทา และสเปรย์ ต่างกันยังไง ควรใช้แบบไหนดี?
ยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแบบ ทาน ทา และสเปรย์ ต่างกันยังไง ควรใช้แบบไหนดี?

ยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท การเลือกใช้ยาก็ขึ้น อยู่กับอาการและความรุนแรงของโรคด้วย หรือบางทีเราอาจไม่ต้องใช้ยา เลยก็ได้ถ้าอาการปวดเมื่อย ปวดอักเสบ มันไม่ได้กระทบต่อการทำงาน หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

 

 

ความแตกต่างของยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแต่ละรูปแบบ

1.แบบทาน มักถูกสั่งจ่ายในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือใน กรณีที่อาการหนักจริงๆ เพราะการกินจะเป็นการดูดซึมตัวยาได้เต็มที่ ตัวยาจะถูกดูดซึมไปตามกระแสเลือด เนื้อเยื่อ และไปยังจุดที่มีการอักเสบ ด้วย ทำให้การอักเสบทุเลาลงได้รวดเร็ว แต่ถ้าเจ็บหรือปวดเล็กน้อย แพทย์จะไม่แนะนำให้ ใช้ค่ะ เนื่องจากมันรักษาได้ไม่ตรงจุด และอาจมี ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เพราะมันเป็นยาที่ดูดซึมเข้ากระแสเลือดถ้าจำเป็นต้องใช้ควรปรึกษาแพทย์ครับ

 

2.แบบทา มีทั้งในรูปแบบครีมและเจล จะแตกต่างกันตรงที่ความเข้มข้น และตัวยารองที่ผสม เช่นบางชนิดผสม เมนทอล, ยูคาลิปตัส หรืออาจมี แอลกอฮอล์ผสม เพื่อเป็นตัวทำละลายให้มีการดูดซึมเข้าผิวหนัง ส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกร้อน-เย็น (ไม่แนะนำให้ใช้สูตรร้อน เพราะความร้อนจะไปกระตุ้นอาการอักเสบในกรณีที่มีความอักเสบอยู่แล้ว) และจะมีการดูดซึมตัวยาประมาณ 5-6% ของยาที่รับเข้าไป ซึ่งน้อยกว่า แบบทาน แต่มันจะออกฤทธิ์ได้ตรงจุดเพราะเราทาตรงบริเวณที่มีอาการปวดอักเสบโดยตรง แต่ข้อเสียคือเลอะมือ เลอะเสื้อผ้า (ถ้าเจ็บในจุด ใต้ร่มผ้า) เก็บรักษาและพกพายาก

 

 

3.แบบสเปรย์ สเปรย์บรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อมีอยู่ด้วยกัน หลายแบบ ทั้งแบบร้อน-เย็น, อัดแก๊ส-ไม่อัดแก๊ส ข้อดีของรูปแบบสเปรย์จะคล้ายๆ แบบทา คือรักษาได้ตรงจุด แต่ที่ดีกว่า คือดูดซึมไวกว่า ทำให้แห้งง่ายไม่เลอะมือเวลาใช้งาน และพกพาสะดวก

 

 

4.แบบสเปรย์ที่ผสมยาชา ใช้ในกรณีบาดเจ็บฉุกเฉิน มักใช้กับนักกีฬาเพราะสามารถลดอาการ ปวดได้อย่างเฉียบพลัน แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการ รักษา เมื่อหมดฤทธิ์จากอาการชาก็จะกลับมาปวดเหมือนเดิม

 

 

 

 

ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดอักเสบกล้ามเนื้อควรใช้ภายใต้ การดูแลของเภสัชกร หรือแพทย์เท่านั้นนะครับ หากอาการปวดอักเสบ ไม่บรรเทาลงเลยภายใน 2 สัปดาห์หลังการใช้ยา ควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยด่วนครับ

 

เรียบเรียงโดย        

วีระเดช ผเด็จพล                                                         

Nutrition & Exercise Specialist                                   

Certified Strength & Conditioning Specialist, NSCA.        

ขอบคุณข้อมูลจาก                                                                 

http://women.thaiza.com/ข้อสงสัยกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ/246270/

www.facebook.com/unirenspray

 

Relate Post
ทำไมทายาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแล้ว ยังไม่หายปวด?
ทำไมทายาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแล้ว ยังไม่หายปวด?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเวลาเรามีอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อ ถึงจะทายาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อแล้วก็ยังไม่หายปวดอยู่ดี วันนี้เราจะมาไขความกระจ่างให้ทุกคนได้ทราบกันครับ
รู้หรือไม่ ยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อ “แบบร้อน” กับ “แบบเย็น” แตกต่างกัน?
รู้หรือไม่ ยาบรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อ “แบบร้อน” กับ “แบบเย็น” แตกต่างกัน?
อาการปวดเมื่อย ปวดอักเสบกล้ามเนื้อ เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย เกิดขึ้นได้ทั้งจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป ออกกำลังกาย หรืออุบัติเหตุ
Squat เข่าเลยปลายเท้า?
Squat เข่าเลยปลายเท้า?
หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว่าเวลาทำท่าสควอท เข่าไม่ควรเลยปลายเท้า เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ซึ่งจะจริงหรือไม่ต้องติดตามอ่านกัน
Comment