ติดตาม Fit-D ได้ใน
E-mail :   Password :       สมัครสมาชิก
28/07/2014 15:01 by: โค้ชเป้ง 4,999 views
แค่ "แกว่งแขน" ก็ลดพุงได้ จริงหรือมั่วนิ่ม ?
แค่ "แกว่งแขน" ก็ลดพุงได้ จริงหรือมั่วนิ่ม ?

หลายคนคงเคยเห็นโฆษณารณรงค์ให้แกว่งแขน ถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำคงส่ายหน้า ว่ามันจะได้ผลได้อย่างไร เหนื่อยๆก็ไม่เหนื่อย เหงื่อยังไม่ออกเลย เห็นมีแต่อากงอาม่าทำกันจะได้ผลหรือไม่ ลองพิจารณาดังนี้ 

เริ่มจากงานวิจัยของไทยเองก็มีหลายงานที่สนใจศึกษาเรื่องการแกว่งแขน โดยพบว่า
- ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น (1)
- อาการไหล่ติดจนไม่สามารถยกแขนขึ้นได้ของผู้สุูงอายุ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการแกว่งแขนเพราะการแกว่งแขนนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเอ็น กล้ามเนื้อและข้อต่อของหัวไหล่(2)
- ช่วยพัฒนาความแข็งแรงของหัวใจและปอด (3) 
- การแกว่งแขนมีผลดีต่อ ความดันโลหิตทั้งขณะบีบตัวและคลายตัว อัตราการเต้นของหัวใจ และส่งผลต่อน้ำหนักของร่างกาย(4)
- ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เนื่องจากระบบน้ำเหลืองไม่มีหัวใจปั๊มเหมือนระบบไหลเวียนโลหิต การทำงานของน้ำเหลืองจึงต้องอาศัยกล้ามเนื้อคอยบีบ ฉะนั้นคนที่อยู่นิ่งนั่งหน้าคอม เล่นมือถือทั้งวันระบบน้ำเหลืองจึงทำงานไม่ดี การแกว่งแขนจึงไปช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้จั๊กกะแร้ได้ (แต่อันนี้ผู้เขียนยังไม่เห็นงานวิจัยยืนยัน)

สุดยอดแกว่งแขนแค่นี้ทำไมผลดีมหาศาลขนาดนี้ แต่ถ้าลองดูรายละเอียดในแต่ละงานวิจัยนั้นก็จะพบว่า ล้วนแต่"ทำกับคนป่วยและคนแก่ "


โดยการแกว่งแขน มีค่าความหนักของการออกแรงระดับเบาคือ ๑.๑๗ MET(5) หรือถ้าเทียบกับขณะนั่งพัก ซึ่งเท่ากับ ๑ MET แกว่งแขนก็ใช้พลังงานมากกว่านั่งเฉยๆ แต่ไม่ใช้พลังงานเท่ากับการเดิน

ถ้าให้สรุปว่าแล้วเราจะแกว่งแขนกันดีหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ดี ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อาจจะเหมาะสำหรับคนที่พึ่งเริ่มคิดจะเปลี่ยนแปลงตนเองเพราะในโฆษณาเค้าก็เน้นย้ำว่าถ้ามีพื้นที่ก็ควรไปเดินเร็วหรือถ้ายืนว่างๆไม่มีอะไรทำ ยืนไปแกว่งไปก็คงไม่เสียหายอะไร 



แต่ประโยชน์ของการแกว่งแขนที่ผมอยากจะสนับสนุนกับเป็นเรื่องที่สามารถช่วยบรรเทาและป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม ปวดบ่าคอไหล่ ได้มากกว่ากว่า เพราะในปัจจุบันเวลาเรานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หน้าอก บ่า ก็จะเกิดอาการเกร็งค้าง ทำให้เป็นต้นเหตุของอาการปวดต่างๆ ซึ่งการแกว่งแขนที่ต้องออกแรงกวักไปข้างหลังให้แรงนั้นช่วยให้สะบักเกิดการบีบตัว เลือดลมหมุนเวียน และถ้าทำเป็นประจำก็จะห่างไกลจากอาการปวดบ่าคอไหล่ได้ ดีกว่าท่ายืดและท่าออกกำลังกายเฉพาะส่วน เพราะการแกว่งแขนสอนได้ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ได้ผลดี 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://goo.gl/Zo45mu


ส่วนที่เค้าบอกว่าแค่แกว่งแขนก็ลดพุง ได้ชัวร์หรือมั่วนิ่ม ก็ต้องบอกว่าชัวร์เพราะเค้าบอกว่าต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร แหมต้องมีดอกจันเล็กๆ เทคนิคของนักโฆษณามืออาชีพจริงๆ เพราะการลดพุงสำคัญที่สุดคือการควบคุมเรื่องกินนั่นเอง



แต่ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ยังลังเลว่าแล้วสรุปว่าจะแกว่งดีมั้ย ผู้เขียนต้องขอบอกเลยว่าตัวผู้เขียนยังแกว่งเลยแม้จะออกกำลังกายเป็นประจำและเป็นนักกีฬาอีกต่างหาก เพราะสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้แต่ถ้าเราทำตลอดชีวิตมันก็จะส่งผลดีมหาศาล เช่นเดียวกับสุภาษิตที่ว่า "มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท" ส่วนใครที่ยังไม่คิดเริ่มก็เชิญ
"หมิ่นเงินน้อย รอคอยวาสนา" ต่อไปเถอะครับ

 

โค้ชเป้ง
ปล. ผู้เขียนเคยเป็นวิทยากรแนะนำผู้เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ องค์กรซ่อนอ้วน ทางไทยพีบีเอส โดยได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมคนหนึ่งที่บอกว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย (แต่มีเวลาดูละคร ) ผมจึงให้การบ้านว่า เวลาดูละครให้ทำการแกว่งแขนไปเรื่อยๆ พอโฆษณาก็ให้ทำการลุกนั่ง เริ่มจากวันละรอบก่อนก็ได้ เมื่อชินแล้วค่อยเพิ่มขึ้น และในชีวิตประจำวันก็ให้พยายามใช้พลังงานให้มากขึ้น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเข้าซอยแทนนั่งวินมอเตอร์ไซค์ โดยเรื่องง่ายๆแค่นี้ เมื่อจบโครงการผู้เข้าร่วมก็สามารถลดน้ำหนักได้เกือบเป็นสิบกิโลกรัม (โดยไม่ต้องอดอาหาร แค่กินให้ถูกสุขลักษณะ) 

 

วิธีการแกว่งแขน

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=231919920266605&set=pb.217262878398976.-2207520000.1363940922&type=3&theater http://www.youtube.com/watch?v=buI0ITBCKP0 http://www.youtube.com/watch?v=EirpxHlEJA4



อ้างอิงจากงานวิจัย
(1) สุพรรณิการ์ ลดาวัลย์, 2551, ผลการออกกำลังกายแบบแกว่งแขนต่อเมแทบอลิซึมและการเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2
(2) ชูศักดิ์และกันยา 2536
(3) อวยพร เพชรจันทร์ 2549,ผลของการออกกำลังกายโดยการแกว่งแขนที่มีต่อความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดในหญิงสูงอายุ
(4) สมศักดิ์ ผดุงจิตร์ 2544, ผลของการออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนที่มีต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และน้ำหนักร่างกายในผู้หญิงสูงอายุ
(5) Ladawan S. Effect of Arm Swing Exercise on Metabolism and Heart Rate Variability in 
Type 2 Diabetic Mellitus: Khon Kean University; 2008

Relate Post
Comment